วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2563

วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

เรื่องเล่าเขาและผมกับใครคนหนึ่งในลู่วิ่ง

#เรื่องเล่าเขาและผมกับใครคนหนึ่งในลู่วิ่ง

หลังจากเจอเหตุการณ์ประหลาดที่สระว่ายน้ำวันนั้น 

ผมก็ไม่กล้ากลับไปว่ายน้ำอีกเลย ปรกติผมจะออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานสลับกับการว่ายน้ำ เพื่อหลีกหนีความจำเจ แต่เมื่อไม่ได้ว่ายน้ำ ก็เลยเริ่มหากิจกรรมออกกำลังกายใหม่สลับบ้าง เลยมาลงตัวที่การ วิ่ง (ตามโครงการก้าวคนละก้าวของพี่ตูน)

 
ผมเริ่มหัดวิ่ง เก็บระยะทางไปเรื่อยๆ โดยดูสถิติตามเพื่อนๆ ในเฟส ที่โพสต์ สเตตัส เป้าที่ตั้งไว้สูงเลยทีเดียว คือ 10 กม. ภายใน 1ชม. ซึ่งมันไม่ง่ายเลยสำหรับคนที่เริ่มวิ่ง ผมใช้เวลาฝึกฝนราว6 เดือน ด้วยการอ่านหนังสือ อ่านรีวิว ดูยูทูป วิธีฝึกการผ่อนแรง การสปีด และการหายใจ โดยได้แรงบัลดาลใจอีกด้านจาก ฮารูกิ มูราคามิ นักเขียนที่ผมชื่นชอบผลงาน

 
(มูราคามิ (เป็นนักวิ่งมาราธอน) บอกว่า คนทำงานเขียน การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญ )

ถ้านับจากวันนั้น(ก็วันที่ผมเจอเขานั่นแหละ) ถึงวันนี้ ก็ราว 6 เดือนกว่าๆ แล้ว สถิติค่อยๆ เดินทางเข้าใกล้จุดเป้าหมาย รวมถึงอาการ หวั่นๆในใจว่าจะเห็นเขาอีกหรือไม่

 
รุ่นน้องที่ผมสนิทบอกว่า ถ้าพี่เห็นเขา เขาจะมาให้พี่เห็นอีกเรื่อยๆ แต่ก็แปลก หลังจากวันนั้น ผมก็ไม่เห็นเขาอีกเลย ที่บอกแบบนี้ใช่ว่าอยากจะเจอะเจอกับเขาอีกครั้งหรอกนะ ตรงกันข้าม ผมกลับมีอาการหวั่นๆหลอนๆในใจ มาตลอด ขับรถก็ไม่กล้ามองกระจกหลัง ไปไหนก็พะวงกับภาพปลายตา ว่าเขาจะมายืนตรงนั้นหรือไม่ ยามนอนก็ไม่กล้าปิดไฟ (ผมนอนเปิดไฟ ราว1 เดือนเห็นจะได้ กว่าจะเริ่มกล้าปิดไฟ นอนอีกครั้งในเวลาต่อมา )

เขาคงไปที่เขาชอบแล้วมั้ง (นะ)
กลับมาที่การวิ่งของผม วันนี้เป็นเย็นวันศุกร์ ผมตั้งใจว่าจะเริ่มวิ่งเร็วหน่อย แต่ก็ไม่เป็นไปตามเป้า เพราะการงานที่ค้างคา กว่าจะเคลียร์ได้ก็ราว 1 ทุ่ม ผมถึงได้ออกวิ่ง

เมื่อทุกอย่างพร้อม ผมวิ่งออกจากที่พัก มาตามถนนที่เทศบาลสร้างเป็นเลนปั่นจักรยาน ทว่านักวิ่งหลายคน ก็ใช้เลนนี้เป็นลู่วิ่ง ผมก็เลยวิ่งตามนักวิ่งคนอื่นๆ ไปด้วย

บรรยากาศค่ำคืนของวันศุกร์นั้นดีงาม และผ่อนคลายอย่างยิ่ง ผมวิ่งด้วยความเร็วพอประมาณ จนมาถึงบึงหน้ามหาวิทยาลัย หยุดรอจังหวะคนอื่นๆวิ่งผ่านไป แล้วพาตัวเองเข้าไปในลู่วิ่งรอบบึง ทำความเร็วให้คงที่เรื่อยๆ เป้าหมายของวันนี้ คือมากกว่า 8 กิโล ต่อชั่วโมง หากผมทำได้ดี น่าจะมีลุ้น 10 กม. ผมลองคำนวณคร่าวๆ จากแอปพลิเคชัน ในมือถือ ต้องวิ่งรอบบึงนี้ อีก3 รอบ จะได้ระยะทางที่คาดไว้

บรรยากาศยามหนึ่งทุ่มกว่าๆ ที่รอบบึงยังมีนักวิ่ง เหลือพอประมาณ แต่ละกลุ่มของนักวิ่ง จะทิ้งระยะห่างกันราว10เมตร สำหรับผมแล้ว มันเป็นปริมาณที่พอเหมาะ ไม่แออัดจนเกินไป แต่ในใจยังเสียดายนิดนึงที่ แสงไฟรอบบึงคืนนี้ ไม่ค่อยจะสว่างมากนัก เพราะไฟบางช่วงถูกดับลงแล้ว ดังนั้นบางระยะผมจึงวิ่งผ่านความมืดสลัว

แล้วผมก็เริ่มเห็นเขาอีกครั้ง ในการวิ่งรอบที่ 2

เขายืนอยู่ใต้ต้นสน ใกล้แคมป์ที่พักคนงานก่อสร้าง ตอนเห็นเขา เงาต้นไม้ทาทับผ่านตัวเขา มันมองดูเหมือนตัวเขาขาดไปครึ่งหนึ่ง เขามองตรงมาที่ผม เหมือนจะตั้งใจว่าบอกว่า “กูมาแล้วนะ”
เมื่อแน่ใจว่าใช่เขาแน่ๆ(อยู่ปลายตา พอดีเป๊ะเลย ฮื้อ..อ...) ผมจึงก้มหน้ามองลู่วิ่ง แล้วรีบสปีดฝีเท้าพาตัวเองออกจาก ที่ตรงนั้น

วิ่งมาได้ไม่เท่าไหร่ เหงื่อผมเริ่มไหลออกมาเยอะกว่าปรกติ ในใจคิดอย่างเดียวว่า มันจะไหลจนหมดตัวช่างแม่งเหอะ ยังไงก็ต้องพาตัวเองไปเจอที่สว่างกว่านี้โดยเร็ว ภาวนาให้มีนักวิ่งคนอื่นสวนทางมาบ้าง แต่ก็ไม่เป็นผล ระยะต่อจากนี้ทั้งหน้าและหลัง มองไม่เห็นใครเลย

ถ้าใครเคยมาวิ่งที่ตรงนี้จะรู้ว่า...มีสุนัขกลุ่มหนึ่งนั่งๆ นอนๆ วิ่งเล่น ตรงรอบบึงเป็นประจำ พวกมันไม่ดุ และเป็นมิตรกับคน แต่วันนี้ช่างผิดไปกว่าทุกวัน เพราะเมื่อผมวิ่งผ่านโค้งมุมบึงที่มันนอนอยู่ เจ้าตัวสีดำ ก็เริ่มหอน..นนนน...แล้วก็ตามมาทีละตัว บรู๊ววววว...วววววววว บรู๊ววววว...วววววววว

ชิ้ว....วววว..... เฮ้ย!! หอนทำไม วะ!!!! ผมส่งเสียงข่มขวัญให้มันหยุดหอน เพราะเสียงมันชวนขนหัวลุกไปหมด

ไม่เป็นผล ทุกตัวหอนรับกันไปมาเพิ่มความหลอนขึ้นไปอีก ผมเริ่มใจไม่ดี มองไปข้างหน้าไม่มีใครอยู่ในลู่วิ่งเลย เหงื่อเริ่มไหลลงหลังเสื้อจนเปียกไปหมด พร้อมๆ กับอาการชาที่ขา ผมกำลังจะหมดแรง ตาลอยมองป้อม รปภ.ริมบึงแบบเบลอๆ นั่นคือจุดหมาย ที่ผมกำลังจะไปหา ด้วยความหวังว่าจะมีลุง รปภ.อยู่ที่นั่น
ทว่าตอนนี้ กะด้วยสายตา มันไกลเหลือเกิน....

 
ผมกึ่งวิ่ง กึ่งหอบ พาตัวเองห่างออกมาจากความกลัว พลางทบทวนเรื่องที่ผ่านมา ว่าไปทำอะไรให้เขาโกรธหรือไม่ ใยเขามาตามหลอกหลอนแบบนี้

 
ใจหนึ่งก็คิด...หรือจะหยุด หันหลังกลับไปสู้วะ ยังไงก็ต้องเจออยู่ดี หนีไม่พ้นหรอก หันหลังไปหาความจริงน่าจะแมนกว่าที่เป็นอยู่นะเว้ยยย

 
สองนาทีผ่านไป ก้าวแต่ละก้าวแทบจะไม่ออกแล้ว... (พี่ตูนช่วยด้วย..ยยยยย)

 
ในที่สุด ทฤษฎีที่ผมนึกถึงก็ใช้ได้ ทฤษฎีที่ว่า...บางครั้งหากเรากลัวอะไรมากๆ เมื่อจนมุม มันจะพลิกกลับเป็นความกล้า เพราะหลังจากนาทีที่สามมาเยือน ไม่รู้ว่ามีพลังอะไรบางอย่างหรือว่าเหนื่อยจนไปต่อไม่ไหว อันนี้ไม่แน่ใจ ผมหยุดตัวเอง หันหลังไปมองจุดที่วิ่งผ่านมา

 
ฟิ้ว....วววว...... มีเพียงสายลมพัดกอหญ้าริมบึง เท่านั้นที่ผมมองเห็น

 
ไม่มีใครอยู่ข้างหลังผม ผมพยายามเพ่งมองเขาในความมืด หันซ้าย แลขวา ให้แน่ใจ ว่า...

 
เขาอยู่ตรงนั้น หรือไม่อยู่...

 
มี...ไม่มี.....เห็น....ไม่เห็น....


แล้วเขาก็วิ่งทะลุความมืดตรงมาที่ผม ด้วยความเร็วแบบก้าวกระโดด...

เฮ้ย..... มีหว่ะ !!!!!

เขาวิ่งแบบคนไม่มีกระดูก คล้ายลอยมาตามลม เคลื่อนมาในระยะที่ พอจะมองใบหน้าได้ชัด หน้าเขาซีด ตาขวางมองมาที่ผม แล้วเขาก็เร่งฝีเท้าตรงมา เมื่อเหตุการณ์ออกมาเป็นแบบนี้ มีหรือที่คนแมนๆ อย่างผมจะหยุดนิ่ง

วิ่งดิ วิ่ง วิ่ง วิ่ง!!!!! ...


ผมสปีดเต็มแรง แต่ว่าก้าวขาได้ไม่นาน ความชาก็เคลื่อนเข้ามาแทนที่ ขาผมแข็งไปหมด ต่อด้วยการพลิกที่ข้อเท้า แล้วล้มลง กองที่พื้น ผมกลิ้งลงกอหญ้าขางลู่ ตัวผมสั่น ขากระตุก ไปไหนไม่ได้ ทุกอย่างเหมือนจะโดนกดทับ จากบางสิ่งที่มองไม่เห็นแต่รู้สึกได้ว่ามีอยู่

ผมหลับตา ยังไม่กล้ามองภาพความจริง


“ อาจารย์ ไหวมั้ย “ ผมลืมตาขึ้น ก็เจอเขามองตรงมาที่ผม
เขาในตอนนี้ ดูเหมือนคนปรกติ เหงื่อไหล ลงมาที่เสื้อเล็กน้อย ไม่เหลือร่องรอย เขาที่ผมวิ่งหนีเมื่อครู่


“น้องมาอยู่นี่ได้ไง “ ผมถามเขาแบบงงๆ พร้อมกับอาการตึงที่ขาเริ่มทุเลา


“ผมว่า อาจารย์มีปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อนะ ทำอะไร ก็มีแต่ตะคริวกินเอา ที่สระว่ายน้ำก็หนนึงแระ”

“เอ้า วันนั้นน้องเห็นด้วยหรอ” ผมถาม

“ใช่ครับ ตอนที่เห็นอาจารย์ ผมขึ้นจากสระพอดี กำลังเช็ดตัวเพลินๆ ได้ยินเสียงครูจันทร์ร้องว่ามีคนจะจมน้ำ พอหันไป ครูจันทร์เข้าไปช่วยอาจารย์แล้ว ผมเลยกลับลงไปห้องอาบน้ำ “ เขายิ้ม ตามด้วยการใช้มือนวดที่ขาผมให้กล้ามเนื้อคลายตัว

“ขอโทษนะ วันนั้นพี่คิดว่าน้องเป็นผีอ่ะ “ ผมเอ๋ยความในใจออกไป

“ ผมว่าแล้ว....คนจินตนาการเก่ง แบบอาจารย์ จับแพะชนแกะ จับผมชนผี กุเรื่อง เขียนซะผมเป็นตัวร้ายไปเลย” เขาประชด แล้วพูดต่อ “ แล้วอาจารย์ก็กลัวจนไม่กล้าไปสระ เลยใช่มั้ย “

ผมพยักหน้า “ ใช่”

“เฮ้ออ....” เขาถอนใจ

“ ความกลัวเป็นสิ่งที่อาจารย์สร้างขึ้นในใจเอง มโนไปเอง แล้วก็สูญเสียกิจกรรมที่ชอบไป เพราะจินตนาการแบบผิดๆ”

ยังไม่ทันที่ผมจะตอบ สายลมก็พัดกลุ่มควันสีขาวมาเจือจางใบหน้าเขา


“ หึ หึ ! ผีไม่ผี ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่ อาจารย์จะกลัวหรือไม่กลัว อาจารย์ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ เพราะอาจารย์เข้าใจถูก....แล้ว....ครับ” พอควันจางหาย ใบหน้าของเขาก็เริ่มเปียก น้ำไหลออกมาจากไหนไม่รู้.....มันเริ่มไหลนองลงพื้น

“เฮ้ย!!!!” ผมร้องออกมาด้วยความตกใจ

เขามองมาที่ผม แล้วหัวเราะ “ อาจารย์ ใจเย็นๆ ตั้งสตินิดนึง แล้วเลิกโวยวาย มองมาที่ผม มองมาที่ผม “

เขาชูนิ้วขึ้นสองนิ้ว เป็นสัญลักษณ์ให้ผมสู้ “ สู้ๆนะอาจารย์ “

ภาพสุดท้ายที่ผมเห็น เขายกกำปั้นขึ้น ทำหน้าจริงจัง

แล้วผมก็สะดุ้งตื่น จากฝัน พบตัวเองเหงือออกเต็มที่นอน พร้อมกับอาการชาที่ขาจากการนอนผิดท่า

ผมหันไปดู นาฬิกาที่หัวเตียง มันชี้บอกเวลา 4.20 น. พร้อมๆเสียงสุนัขใกล้ที่พักหอนรับกันไปมาตามปรกติที่ผมได้ยินจนชิน

แต่ที่ไม่ชินคือ คืนนี้ทำไมฝันแบบนี้นะ (จบ)

ปล. คำท้ายเรื่อง
เมื่อคืนผมฝันแล้วสะดุ้งตื่นกลางดึก นอนต่อไม่หลับ เลยลุกขึ้นมาเปิดคอมเขียนเรื่องนี้ เหตุการณ์ในฝันนั้นซ้อนทับกับวันที่ผมไปวิ่งที่บึงศรีฐานแล้วเป็นตะคริวจนวิ่งต่อไม่ไหว

หลังจากโฟสต์เรื่องของเขา ในตอนแรก(ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมเจอมาจริง เมื่อ 6 เดือนก่อน แต่ยังคิดว่าตัวเองคิดไปเอง ) มีเพื่อนๆที่ได้อ่านถามว่าเรื่องจริงหรอ พอเจอกันก็เล่าให้ฟัง

พอบอกสถานที่ไป ข้อมูลเกี่ยวกับเขาก็หลั่งไหลเข้ามา ผมไม่รู้ว่าเรื่องไหนจริง ไม่จริง มีกลัวกับสังสัย ได้แต่เก็บมาคิดจนเอามาฝันเป็นตุเป็นตะเช่นนี้มั้ง

แต่ที่ไม่ตุตะคือ ภาพสุดท้ายในฝัน เขาชูสองนิ้ว และยกกำปั้นขึ้นมา มันแปลความหมายได้ว่า 2 และ 0 เด้อ งวดนี้รวยจ้า

วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

เรื่องเล่าเขากับผมและใครสักคนในสระว่ายน้ำ

 

 

      เรื่องเล่าเขากับผมและใครสักคนในสระว่ายน้ำ

 ผมเห็นเขายืนอยู่ตรงทางเข้าห้องอาบน้ำ ตั้งแต่เดินเข้ามาที่สระว่ายน้ำแล้วล่ะ


ในตอนนั้น ยังไม่สนใจอะไร เพราะกำลังง่วนอยู่กับอุปกรณ์ในกระเป๋าของตัวเอง คิดว่าคงลืมอะไรซักอย่างแน่ๆ แต่พอตรวจเช็คดูอีกทีก็พบว่า ทุกอย่างเอามาครบ

เมื่อเงยหน้าขึ้นมา ก็เห็นเขากำลังยืนมองผมอยู่ในระยะไกลกว่าเดิม ผมสงสัยว่า... เขาใช้ช่วงเวลาไหน เดินออกไปยืนอยู่ที่ริมสระได้เร็วขนาดนั้น

แค่ช่วงเวลาที่ผมก้มลงหาของในกระเป๋าเท่านั้นเองหรือ???

ผมเก็บความสงสัยนี้ไว้แล้วเดินเข้าหาห้องอาบน้ำที่อยู่ข้างๆ เพื่อเปลี่ยนชุดลงสระ

ในระหว่างที่อาบน้ำ ผมก็ได้ยินเสียงเขาดังอยู่ข้างนอก ตรงประตูทางออก ซึ่งตรงกับอ่างล้างหน้า เดาว่า...เขาคงลืมอะไรบางอย่าง ไม่ก็ปวดฉี่ จึงกลับขึ้นมาจากสระอีกครั้ง เพราะปรกติเขาจะอยู่สอนเด็กๆ ว่ายน้ำจนใกล้เวลาสระปิด ถึงเข้ามาห้องอาบน้ำ

ครั้งนี้จึงแปลกไปกว่าทุกครั้งที่เจอเขา

แปลกเพราะในทุกครั้งที่ไปว่ายน้ำ ผมกับเขาจะเจอกันช่วงสระใกล้ปิดบริการ ที่ผมเลือกเข้าไปอยู่ในกลุ่มคนชุดสุดท้ายที่ขึ้นจากสระเหมือนกันกับเขาเพราะ หนีความวุ่นวายของกลุ่มเด็กๆ ตอนอาบน้ำเปลี่ยนชุดกลับบ้าน ในช่วงก่อนเวลาที่ผมกับเขาขึ้นจากสระราวครึ่งชั่วโมง และที่จำเสียงเขาได้ เพราะ เขาเป็นคนเดียวที่ตะโกนเสียงดังมากกว่าใคร ตอนสอนเด็กว่ายน้ำ จนบางครั้งผมแอบตำหนิเขาในใจว่า ...พี่จะตะคอก ส่งเสียงดุดัง อะไรขนาดนั้น แค่เด็กทำท่าว่ายไม่ตรงตามที่พี่สอนเอง

ผมเจอเขาบ่อยๆ แต่ไม่เคยคุยกับเขาซักครั้ง ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ?

ที่นี่ มีครูสอนว่ายน้ำ 3 คน มีลุงจันทร์คนเดียว ที่คุยกับผม

เมื่ออาบน้ำเสร็จ ปิดก๊อก ผมก็ได้ยินเสียงเขาพูดกับเด็กคนหนึ่งข้างนอกชัดเจนขึ้น

แต่พอ...เปิดประตูห้องอาบน้ำออกมา ปรากฏว่า...ในห้องน้ำไม่มีเขาและเด็กคนนั้น

ผมหันซ้าย แลขวาเพื่อให้แน่ใจกับสายตาตัวเอง แปลกจริง!!!!
ในห้องน้ำ มีเพียงผมคนเดียว ???

ในตอนนั้น ความสงสัยยังวิ่งวนอยู่ในหัว พร้อมกับภาพคราวแรกที่ผมเข้ามาที่สระ แล้วก้มลงหาของในกระเป๋า เงยหน้าขึ้นมา รู้สึกเหมือนเขาย้ายที่ยืนราวกับหายตัวได้

“เมื่อกี้เสียงใครวะ” ผมพูดกับตัวเอง พลางมองไปรอบๆ เพื่อสำรวจพื้นที่ สร้างความมั่นใจให้ตัวเองอีกครั้ง
มันต้องมีใครอยู่ในห้องน้ำ แน่ๆ เพราะ ผม... ได้.... ยิน.... เสียง... น้ำ... ไหล....

แล้วเมื่อกี้ทำไมไม่ได้ยินเสียงน้ำวะ เออ.. อาจเพราะเมื่อกี้ผมกำลังโฟกัสที่เขา เลยไม่ทันได้ยินเสียงน้ำกระทบพื้น นั่นคือความคิดในหัวตอนยืนนิ่ง ว่าจะทำยังไงต่อไปดี

เขาต้องอยู่ในห้องอาบน้ำ แน่ๆ ผมมั่นใจ เด็กคงวิ่งไปลงสระไปก่อนเขาแล้ว... ผมคิด..

จากนั้น ผมค่อยๆ เดินเปิดบานประตูห้องน้ำ ที่ละบาน ทีละบาน ทีละบาน เพื่อความแน่ใจ

จนกระทั่งบานสุดท้าย ที่อยู่ริมผนังด้านในสุดของห้อง ที่ตรงนั้นเป็นมุมอับแสง ทุกอย่างจึงตกอยู่ใต้ความมืดสลัว เมื่อเดินเข้าใกล้ที่ห้องนั้น ผมเริ่มได้ยินเสียงน้ำไหลกระทบพื้น ชัดขึ้น ชัดขึ้น...

เอ...แต่....ทำไมประตูเปิดอ้าไว้....คิดอีกที กลอนอาจจะเสีย ใช่ๆ กลอนที่นี่เสียบ่อย... ไม่แปลกที่เขาจะอาบน้ำโดยไม่ลงกลอน

ผมหยุดก้าวขา นิ่งคิดทบทวน ยังไม่กล้าเดินไปผลักประตูนั่น เพราะหากผมผลักประตูไป อาจเป็นการเสียมารยาทก็ได้ และยิ่งกว่านั้น หากเปิดไปเจอเขากำลังโป๊อยู่ มันคงไม่ดีทั้งสองฝ่ายแน่ๆ

ด้วยความสงสัยที่ยังค้างคา ผมตัดสินใจหันหลังกลับมายืนรอ....

ผมยืนนิ่ง รอนานหลายนาทีตรงอ่างล้างหน้า โดยคำนวณเวลาคร่าวๆ จากเวลาที่ผมอาบน้ำ ซึ่งถึงตอนนี้ เขาคนนั้น คนในห้องน้ำ น่าจะอาบน้ำเสร็จแล้วนะ

เวลาผ่านไป... เมื่อไหร่จะอาบเสร็จวะ ผมบ่นในใจ...
ในที่สุดความสงสัยก็ชนะมารยาท ผมตัดสินใจเดินตรงไปหมายจะผลักประตูห้องน้ำออก ให้พบคำตอบที่อยากรู้เห็น

โครม!!!

เสียงดังมาจากทางด้านหลัง ผมหันหลังกลับไปทางต้นเสียงทันที ไม่มีอะไรเกิดขึ้นในห้องน้ำ คงเป็นเจ้าหน้าที่คนใดคนหนึ่งทำของบางอย่างหล่น ข้างนอก

ผมหันกลับมาที่บานประตูอีกครั้ง แล้วก้าวไปทีละก้าว ตั้งสติ สูดหายใจลึก นับในใจ หนึ่ง สอง สาม...ผลัก!!!

ไม่มีใครอยู่ในนี้!!!! มีเพียงน้ำที่ไหลออกมาจากฝักบัวเท่านั้นที่ เคลื่อนไหว

“เชี่ย!! ใครลืมปิดน้ำวะ สงสัยตั้งนาน” ผมพูดกับตัวเอง กลบเกลื่อนอาการหวั่นๆในใจ

ผมรีบออกมาจากที่ตรงนั้น เดินมาที่สระ วางของริมสระ ใส่แว่นตา ล้วงจุกยางออกมาอุดหูทั้งสองข้าง เสร็จแล้วเดินตรงไปที่สระ เป็นจังหวะเดียวกันที่เขาโผ่ลขึ้นมาจากน้ำตรงขอบสระพอดี เมื่อมองเขาผ่านเลนส์แว่นตาว่ายน้ำ ขอบตาเขาดูคล้ำผิดปรกติ ผมยิ้มให้เขา แต่เขาคงไม่เห็นผม เลยไม่ยิ้มตอบ เขากลับตัว มุดลงไปที่ผิวน้ำ ว่ายต่อ...

ผมหย่อนเท้าลงไปในน้ำ มันเย็นยะเยือก.... อาจจะเพราะช่วงนี้ ฝนตก น้ำจึงเย็นเช่นนี้ ผมคิด...

เมื่อลงไปที่สระเต็มตัว ผมยืนเขย่งก้าวกระโดด เพื่อปรับสภาพให้ร่างกายคุ้นชินกับ อุณหภูมิของน้ำ พร้อมกับมองไปรอบสระ วันนี้คนบางตาผิดปรกติ มีเพียงผม ลุงจันทร์ และเด็กอีก สามคน เท่านั้น

เอ..เกิดอะไรขึ้นนะ ปรกติสระนี้จะเต็มไปด้วยเด็กที่มาลงเรียนว่ายน้ำ เยอะจนแทบจะไม่มีที่ให้ว่ายเลยล่ะ อ๋อ...สงสัยฝนตก อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ผู้ปกครองกลัวเด็กจะไม่สบาย เลยให้หยุดเรียนว่ายน้ำ ผมถามเอง เออเองคนเดียวพร้อมกับการมองหาเขา

จะว่าไปแล้ว วันนี้เป็นวันแรกที่ผมเห็นเขาในภาพที่ไม่เคยเห็น เพราะปรกติเขาจะไม่ค่อยลงสระน้ำ ได้แต่ยืนเป่านกหวีดริมสระ วันนี้เด็กนักเรียนของเขาคงหยุด เลยมีโอกาสลงสระว่ายเล่น

ผมสลัดความคิดออกจากหัว แล้วเริ่มเล็งไลน์การว่ายของตัวเอง โดยไม่รบกวนไลน์ของคนอื่น สิ่งที่ต้องระวังที่สุด คือเจ้าเด็ก สามคนที่กำลังหัดว่าย เพราะเด็กมักว่ายออกนอกไลน์ ผลคือ เกิดการกระแทกกันใต้น้ำ ถ้าเล็กน้อยก็ดีไป แต่บางทีมากหน่อย อาจถึงขั้นหัวโน สำลักน้ำ กันเลยทีเดียว

เมื่อได้ไลน์ที่แน่ใจว่า....ไม่ทับใครแน่ๆ ผมจึงเริ่มด้วยการดำลงไปใต้น้ำ...แล้วโผล่ขึ้นมา แล้วดำดิ่งลงไปลึกถึงก้นสระ แล้วก็โผล่ แล้วก็ดำดิ่งลงไปอีก....

ฟื้ด...ดดดดด ...ฟื้ด...ดดดดด ...

มีบางสิ่งกำลังกดหัวผมลงไปที่พื้นสระ ตามด้วยมือใครสักคนกดลงไปที่ต้นคอ...และตามด้วยเท้าที่ถีบลำตัว ผมพยายามตะเกียดตะกาย พาตัวเองออกจากสถานการณ์นี้ ภาพในแว่น เกิดฟ้าในเลนส์ ผมมองอะไรไม่เห็น แต่พยายามสะบัดตัวหนี จนแล้วจนรอด ก็ไม่ไหว ผมกำลังจะหมดอากาศหายใจ อึดอัด ทำอะไรไม่ถูกแล้ว... แขนขาเริ่มเหนื่อย ชา และล้า

ผมคิดถึงใครต่อใครหลายคน

ผมกำลัง....จะ....จะ....

มีมือหนึ่งมาฉุดผมขึ้น.... จากน้ำ .... ลุงจันทร์ ดันตัวผมขึ้นจากน้ำ พร้อมกับตบหลังให้ได้สติ

“ ตะคริวกินหรอครับ...ผมเห็นอาจารย์ ตะเกียดตะกายในน้ำแปลกๆ เลยว่ายมาดู “ ลุงจันทร์ถาม

ผมยิ้ม “ ครับ ขอบคุณนะครับ ถ้าไม่ได้ลุง ผมแย่แน่ๆ” ผมสูดหายใจลึก รู้สึกถึงค่าของอากาศ

“ระวังหน่อยนะ ช่วงนี้น้ำในสระเย็น ตะคริวจะกินเอาง่ายๆ” ลุงจันทร์เตือน แล้วว่ายกลับไปหาเด็กที่เขาสอน

ในตอนนี้ ผมยอมรับตรงๆ เลยว่า เริ่มเกิดอาการ กลัว ไม่แน่ใจ งง หลายอย่าง ผสมปนเปกันไปหมด แต่ไม่กล้าขึ้นจากสระไปที่ห้องอาบน้ำคนเดียว รวมถึงการไม่กล้าว่ายน้ำไปไหนในสระด้วย ผมจึงได้แต่ตีขาในน้ำ ลอยตัว แหงนหน้ามองท้องฟ้า รอเวลาสระใกล้ปิด

แล้วช่วงเวลาที่ผมรอก็มาถึง

พอลุงจันทร์ กับเด็กๆ ขึ้นไปอาบน้ำ ผมรีบขึ้นจากสระตามไป
ความกลัวที่ว่านี้ ยิ่งมีมากขึ้นในใจผม เพราะหลังจากที่ ลุงจันทร์ฉุดผมออกจากเหตุการณ์ใต้น้ำ ผมก็ไม่เห็น
เขาอีกเลย....

เขาหายไปไหน ???

ผมอาบน้ำ เสร็จพร้อมกับเด็กๆ และลุงจันทร์พอดี (แหง๋ล่ะ ก็รอจังหวะนี้อยู่แล้วนี่) เมื่อออกมาข้างนอกห้องอาบน้ำ ก็พบเจ้าหน้าที่กำลังเช็ค ตรวจตราจุดต่างๆ เพื่อทำการปิดสระ ก่อนกลับลุงจันทร์ถามเจ้าหน้าที่ ว่า ครูคนนั้น เป็นยังไงบ้าง ได้ข่าวเขาไหม หาตัวเจอหรือยัง ครูจันทร์คงหมายถึงเขาแน่ๆ

ผมจึงรอจังหวะให้ครูจันทร์ส่งเด็กๆ ไปหาผู้ปกครองที่รอรับอยู่หน้าสระ ขึ้นรถกลับบ้านก่อน แล้วจึงรีบเข้าไปถามข่าวเขา

ลุงจันทร์บอกว่า เขาหายตัวไปได้ 1 อาทิตย์แล้ว ทุกคนกำลังตามหาตัวเขาอยู่ ไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร ผมแทบจะไม่เชื่อเสียงที่ได้ยินจากลุงจันทร์

แล้วทุกอย่างที่เกิดขึ้น สิ่งที่ผมเห็นคืออะไร

ผมเก็บคำถามนี้ไว้ในใจ แล้วรีบบอกลา ลุงจันทร์

ผมอยากออกไปที่สระแห่งนี้เร็วสุดเท่าที่จะทำได้
ผมสตาร์ทรถ ใส่เกียร์ถอยหลัง แล้วรีบใส่เกียร์ D เดินหน้า รถวิ่งมาไกลจากหน้าสระว่ายน้ำพอควร ด้วยความเคยชิน จึงมองกระจกหลัง

ผมเห็นเขายืนก้มหน้าในความมืดที่หน้าสระ ตรงที่เมื่อครู่ ผมจอดรถที่ตรงนั้น
...................

วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

PARIS in PAIRS (ปารีสบนดาวดวงอื่น) / ( เล่าบอกเมื่อชอบหนังสือที่อ่านมา )

PARIS in PAIRS (ปารีสบนดาวดวงอื่น)





ระยะหลังมานี่ เราชอบหยิบงานนักเขียนหญิงมาอ่าน (เพราะชีวิตช่วงนี้หนักอึ้ง จึงมุ่งหาความละมุนในตัวอักษรหญิง)

เล่มนี้ก็เช่นกัน...หยิบขึ้นมาอ่านคำโปรยเพราะชื่อหนังสือ แถมปกใช้สีแดง ออกแบบได้เรียบง่ายชวนสงสัยใคร่พิจารณามากๆ

จากคำโปรยบอกว่า เธอ(ผู้เขียน) สร้างเรื่องขึ้น จากภาพถ่าย ที่เธอเดินทางท่องเที่ยวในเมืองปารีส เราสนใจ ว่าเธอจะสร้างเรื่องแบบไหนกันนะ เลยตัดสินใจจ่ายตังค์ซื้อ

มานั่งอ่านที่ร้านกาแฟวันละบท ตอนเช้าๆ

ในบทแรกๆ ที่อ่าน ก็เข้าใจว่า อ๋อๆ เธอจินตนาการจากคน สัตว์ สิ่งของเรื่องราวในภาพ ประมาณนี้แหละ ก็งั้นๆ ธรรมดาๆ แต่พออ่านบทที่ 2 3 4 5 ต่อไปเรื่อยๆ

อ้าวเฮ้ย...ไม่เหมือนที่เดาไว้นี่นา

ในแต่ละบทมันเกี่ยวกันเว้ย ไม่ตรงไหนก็ตรงนึง เดี๋ยวเรื่องราวจะค่อยๆบอกเอง สนุกล่ะสิทีนี้
การอ่านเรื่องในบทต่อมา จึงยากคาดเดาว่า ตัวละครต่างๆ จะเป็นเช่นไร

เราชอบความเกี่ยวเนื่องของเรื่องแต่ละบทแบบ ทีละนิด ที่ละหน่อย เช่นตัวละครบทที่หนึ่ง อาจเกี่ยวกับ คนหนึ่งในบทที่สามไรงี้ คนอีกคนในบทที่สาม จะมาเฉลยว่าเธอคือใครในบทสุดท้าย แล้วเราก็จะค่อยๆคล้อยตามว่า เรื่องนี้มันอาจจะเกิดขึ้นจริง(ในปารีสของดาวอีกดวง) ไม่ใช่เรื่องสมมุติว่ะ

อ่านจบก็พบว่า เออ.. เขียนสั้น อ่านง่าย งดงาม สนุก

ตามประสาคนชอบสร้างเรื่องราวเหมือนกัน เราคาดเดาว่า เธอ(ผู้เขียน)จะวางโครงเรื่องยังไงนะ เธอเอาภาพถ่ายมาเรียงต่อกัน แล้วค่อยๆหงายภาพทีละใบ สร้างเรื่องไปเรื่อยๆใช่ไหม หรือเธอเห็นเรื่องราวก่อนกดชัตเตอร์ถ่ายภาพนั้นมา หรือเธอยังไม่รู้ว่าเรื่องเป็นยังไง ถ่ายๆมาก่อน เดี๋ยวตัวละครมันจะทำงานต่อเนื่องเป็นเรื่องขึ้นมาเอง

ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่...

เรื่องนี้...มันเดินทางมาถึงคนอ่านอย่างเราแล้ว แถมสนุกและอยากแนะนำคนอื่นด้วยซิ

ลองหามาอ่านกันนะ


***ข้อมูล***
" PARIS in PAIRS"(ปารีสบนดาวดวงอื่น)
โชติกา ปริณายก เขียน
สำนักพิมพ์แซลมอน
ราคา 195 บาท


ฝากช่วงเวลาใหม่ของช่องด้วยครับ "ทดลองออกอากาศ" https://www.youtube.com/watch?v=UZbbyVur1bk https://www.youtube.com/watch?v=-...